Ben's profiletotally lostPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
October 25 obseder (III)OBSEDER เป็นกริยาแปลว่า บ้า
ETRE OBSEDEE เป็นสภาวะที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับหญิงอ้วนคนหนึ่ง
เอาเขียนให้อ่านกันเบื่อไปข้าง ก็อย่างงี้แหละ คนที่ OBSEDEE ยอมมีอะไรเพี้ยนๆมาเล่าสู่กันฟังเยอะแยะ
คราวนี้ขอ OBSEDEE เรื่องเทนนิส
เทนนิส เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่ต้องใช้ไม้ที่ขึงด้วยเอ็นสลับเป็นตารางในการตีลูกสักหลาดสีเขียวๆเหลืองให้ข้ามตาข่ายไปมา
คนเล่นเทนนิส(อย่างฉัน) คือ บุคคลที่สามารถเอาไม้มาตีให้โดนลูกได้บ้างไม่ได้บ้าง ข้ามตาข่ายเป็นครั้งคราว และก็ทำออกนอกสนามเป็นส่วนใหญ่
นักเทนนิส คือ บุคคลที่สามารถเอาไม้ดังกล่าวอย่างมียี่ห้อ มาตีโดนลูกที่จะเปลี่ยนทุกทุกหกเกมส์ โดนตีข้ามไปมาได้หลายครั้งโดยไม่ออก และ
ลูกจะตกประมาณบนเส้นซ้าย ขวา นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นมาเล่นหน้าเน็ต ทำให้ผ่ายตรงข้ามวิ่งไปมาได้อีกด้วย
มาจะกล่าวบทไป ถึงการแข่งขัน LE GRAND PRIX DE TENNIS DE LYON
คนเล่นเทนนิสมีโอกาสเข้าไปชมโดยไม่เสียตังค์สักบาท (ของอย่างงี้ไม่พลาดอยู่แล้ว)
วันแรกเป็นนักเทนนิสฝรั่งเศสสองคน คนหนึ่งเป็นพวกเดียวกับหมู่บ้านสเมิร์ฟ ส่วนอีกคนเป็นตัวร้ายแน่ๆเพราะมันใส่สีส้มต่างจากตัวอื่น
กรรมการ เด็กเก็บลูกล้วนอยู่ในหมู่บ้านสเมิร์ฟด้วยกันทั้งนั้น วิ่งไปวิ่งมาเต็มสนามไปหมด
ตัวแทนสเมิร์ฟแข่งกับไอ้ตัววายร้ายหน้าง่วง
อธรรมย่อมชนะธรรมะอยู่แล้ว ตัวส้มชนะอะ มือวางอันดับสูงกว่า อีกทั้งประสบการณ์(พูดง่ายๆแก่นั่นเอง)
Sebastien GROSJEAN 2-0 Paul Henri MATHIEU
(อย่าลืมเข้าไปดูรูปแล้วจะเข้าใจว่าทำไมหมู่บ้านสเมิร์ฟถึงย้ายถิ่นมาที่ GERLAND, Palais des sports)
แต่มันลืมไป แต่มันเผลอไป ยั้งใจไว้ไม่ทัน
อะไรนะ พรุ่งนี้ SAFIN แข่งเหรอ กับใครอะ Richard GASQUET โอ้ไม่นะ
เรียนก็เลิกสองทุ่ม แต่ไม่เป็นไรโดดได้
( เพื่อ SAFIN เอา DOUMBE-BILLE มาแลกก็ไม่ยอม)
ทีนี่ใครจะบ้าไปกับกุหละว่ะเนี่ย คนปกติเขาเรียนกันนะเวลานี้
หลังจากการติดต่อแบบโอปะเรเตอร์เก่า เหยื่อของเราก็มาติดเบ็ด
แต่เป้นการติดเบ็ดแบบจำยอม แล้วก็ขอขอบคุณเหยื่อที่มาร่วมชะตากรรมด้วยนะคะ
.........
18 นาฬิกาของวันอังคารที่ 24 ตุลา 2549
วันที่ชั้นเดิมรวมกลุ่มกับคนที่ไม่รู้จักเพื่อลอบเข้าสนามแข่งฟรี
แอบลอบมองชายหนุ่มที่เดินข้างๆเล็กน้อยพอเป็นพิธี
ฮื้มหือ หล่อจัง อะฮ่า หล่อจริง
แต่ยังไงก็สู้พี่ SAFIN ของฉันไม่ได้
คนอะไรหล่อ เลว เพี้ยน แต่น่ารักได้ถึงใจขนาดนี้
หลังจากเชียร์หนุ่มไซปรัสไม่ขึ้นจนแทบจะถูกกระเด็นออกจากสนามเพราะดันไม่เชียร์คนฝรั่งเศสแล้ว
ก็ถึงเวลาที่รอคอยมานานนนนนนนนนน
นั่นไงคนนั้น มาแล้ว มาแล้ว ยักษ์ใหญ่แห่งแดนหมีขาว Marat SAFIN
จะมองทางซ้าย ก็เข้าตา จะมองทางขวา โอ๊ะโอ๊ย ก็โดน
หนุ่มร่างสูงน่ามองทุกท่วงท่า มีเสน่ห์เมื่อยามโกรธ อารมณ์เร่าร้อนรุนแรงตลอดเวลา
แต่แล้ว....ทำไมอีกฝ่ายเด็กน้อยหน้าใส ตีดีเกินไปหรือป่าว
backhand ดุดัน forehand ขนานเส้น serve เอส เอส เอส
โอ้ไม่ไม่นะ ตะโกนเรียนชื่อ SAFIN ลั่นสนามจนแทบจะถูกคนรุมสกรัม
ไอ้พวกต่างชาติ....เขาคงสมน้ำหน้าเรา เชียร์ไปก็แพ้
จากมาดู SAFIN ก็ต้องมาเห็น SA FIN (sa fin แปลว่า จุดจบของเขา)
ถึงอย่างไร ก็คุ้มค่ะ ไม่ได้เรียน หนังสือหนังหาไม่ได้อ่าน การบ้านไม่ได้ทำ
แต่ได้เห็นตัวจริงของเขา ได้ยินเสียงร้องแบบเจ็บปวดของเขา
แค่นี้ก็เพียงพอให้มีแรงต่อสู้กับ cas pratique และ commentaires ต่อไป
(cas pratique และ commentaires เป็นการบ้านของนักเรียนกฎหมายฝรั่งเศส ที่ต้องต่อสู้ฟาดฟันกันจนตายไปข้าง-
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนที่ตาย คือไอ้หญิงอ้วนคนนี้นี่เอง)
.....
...
..
.
อย่าหาว่าบ้าเลย แต่รู้สึกมันคุ้มค่ากับความทรงจำจริงๆ
ใครเป็นแฟนเทนนิส หรือชอบนักเทนนิสคนไหนแล้วได้ไปเห็นเค้าเล่นอยุ่ตรงหน้า
ได้สัมผัสความกดดัน ความดีใจกับชัยชนะ ความเสียใจกับการพ่ายแพ้
แค่นี้แหละ....ชีวิตก็มียิ้มได้แล้ว
OBSEDER (II)OBSEDER เป็นกริยาแปลว่า บ้า
ETRE OBSEDEE เป็นสภาวะที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับหญิงอ้วนคนหนึ่ง
ช่วงนี้มีแฟนๆถามหาว่าไอ้หมูอ้วนหายไปไหนทำไมไม่มาต่อภาคสองซักที
ก็ประมาณว่าพยายามเอาพุงน้อยๆของตัวเองวิ่งรอกทำนู่นทำนี่ซะจนไม่มีเวลาได้หลับได้นอน
วันนี้เหมือนจะว่างหลังจากเหตุการณ์ทั้งหลายผ่านมามากมาย
หลายคนอาจสงสัยว่าOBSEDEE คล้ายกับคำว่า POSEDEE หรือป่าว คำตอบบางครั้งก็ใช่
ตอนนี้กำลัง POSEDEE โดย 1..2..3 /// 5..6..7
มันคืออะไรหนะเหรอ มันคือจังหวะของ ซัลซ่า ดนตรีลาติโน่ที่คนสามารถนับเลยถึงแปดเต้นได้
ออกเที่ยวทุกอาทิตย์เฉลี่ยสองครั้งต่อสัปดาห์ (พกเสื้อผ้าเหม็นกลับบ้าน แล้วใส่ต่อหลังจากนั้นสองวัน)
วันนั้นเป็นวันที่ไม่คาดคิดว่าจะได้..ออกมาเต้น เอ้า..ออกมาเต้น
คืนวันอาทิตย์ที่มืดครึ้ม ROAD 66 แหละรวมนักเต้นซัลซ่าของลียงวันอาทิตย์
ก้าวเข้าไปในบาร์....หัวใจพองโตพอพอกับพุงแล้วเนี่ย
เขานั่นเอง เขาคนนั้นที่เราเคยเต้นด้วยเมื่อตอนเรียนซัลซ่าใหม่ๆ
ชายหนุ่มน่ารัก ยิ้มตลอดเวลา กับท่าทางขี้เล่น พร้อมสไตล์การเต้นแบบเฮฮา
คนที่เล็งมานาน ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนที่ปาร์ตี้ซัลซ่ากลางป่า
เขามาแล้ว มาอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น แต่จะทำไงได้หละ เรานับแปดเป็นแต่เต้นไม่เป็นจังหวะ
แล้วเขาก็ว่าง ไม่ได้เต้นคู่กับใครแล้ว เพื่อนสาวเท้าไฟที่ไปด้วย พยายามผลักดันให้ไปขอเขาเต้น
(ทั้งผลัก ทั้งดัน จริงๆนะ อายมากเลย เขาคงจะมองอย่างสมเพช)
ไม่เอา ไม่เอา ปฏิเสธอย่างแข็งขัน
หันกลับไปอีกที เฮียไปเต้นกับผู้ชายซะแล้ว
..........
.......
.....
..
.
อะ อะ อย่าเพิ่งเข้าใจเขาผิด เขาไม่ใช่ ไม่ได้เป็นนะ
หนุ่มคนนั้นเป็นเพิ่อนเขาที่เต้นซัลซ่าเก่งเหมือนกัน
บอกแล้วว่าเขาเป็นคนขี้เล่น
หลังจากพาเพื่อนตัวควายหมุนได้สองที เขาก็ปล่อยเพื่อนยืนเอ๋อกลางฟลอร์แล้ววิ่งหนี
....
แล้วหลังจากนั้น บรีสก็ให้รถเข็นชั้น.....ฝันที่เป็นจริง (ใครไม่รู้จักรายการนี้แสดงว่าวัยวุฒิยังไม่ถึงนะ)
เขาวิ่งวนกลับมา พร้อมยื่นมือนุ่มๆมาให้
กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด ไม่น่าเชื่อหละสิ ว่าหญิงบวมๆจะได้เต้นกับเฮียน่ารัก
เต้นค่ะเต้น พยายามทำเซ็กซี่สุดๆ (แต่อะนะ ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่)
เฮียก็ใจดียิ้มให้ตลอด พร้อมทำท่าโอบๆโยกซ้าย โยกขวา
ไอ้เพื่อนเล-ว ก็ตะโกนแซว "ยิ้มหน้าบาน ไม่หุบเลยนะ"
(อยากตอบมันไปว่า ก้อกุ หน้าบานอยู่แล้วโว๊ย แต่ขอหน่อยเถอะคนมันมีความสุขอะ)
อะไรเนี่ย ทำไมเพลงมันจบเร็วจังว่ะ
จะไม่ล้างมือ ไม่ซักเสื้อ ให้กลิ่นเหงื่อของเธอหลอมละลายกับความสุขของฉัน
(อนุญาตให้ไปอ้วกได้ก่อนมาอ่านต่อนะ)
คนอะไร น่ารักขนาดนี้ แถมก่อนกลับยังโบกมือให้อีกด้วย บายจ้ะ จุ๊บๆ ไว้เจอกันใหม่
กระโดดตัวลอยกลับบ้าน แถมจะบินได้แล้วเนี่ย
"น้องเดี๋ยวพี่สอนน้องตัวต่อตัวให้เอง คราวหน้าไปเต้นกับเขาจะได้ ประทับใจ"
ไม่เคยมีกำลังใจอยากเต้นมากขนาดนี้มาก่อนเลยเนี่ย
(หากพี่ได้อ่าน หนูพยายามซ้อมอยู่นะคะ )
เอ้า ใครเคยมีความสุขกับคนแปลกหน้าแบบนี้อย่าลืมมาเล่าให้กันฟังบ้างเน้อ
...........
.........
......
....
แต่เมื่อตื่นจากฝัน รถเข็นคันนั้นก็หายไป
เมื่อกลับไปเจอเขาอีกครั้งที่เก่า คราวนี้เฮียมาพร้อมแว่น
ยังน่ารักเหมือนเดิม แต่ทำไมจำกันไม่ได้หละ
แอบเขาไปบิซู บองชูว์ อ้าวไมทำหน้างงเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
...
....
......
........
เมฆหมอกจางหาย
คนหล่นจากฟ้า
ดาวตกนภา
กลับสู่ความจริง
October 15 obseder (I)OBSEDER เป็นกริยาแปลว่า บ้า
ETRE OBSEDEE เป็นสภาวะที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับหญิงอ้วนคนหนึ่ง
นานแล้วที่ไม่ได้คลั่งไคล้ใครคนหนึ่ง น่ารักอย่างโง้น น่ารักอย่างงี้ ทั้งที่ไม่ได้รู้จักมักจี่กับเขาเลย
(ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน ต้องมาจากนรกแน่ๆๆ มาทำให้ใจเราฟุ้งซ่านอย่างงี้ รบกวนกันเห็นๆขนาดยังไม่รู้จักนะเนี่ย)
แต่แล้วก็ผ่านมาพบเจอ ทางเดินของเขาดันมาตัดกับของเธอซะงั้น
(ความโชคร้ายมีอยู่จริง เห็นมั๊ย????!!!!??)
แค่วินาทีแรกที่เห็น โหหหหหห....ทำไมน่ารักขนาด ดูดี ดูดี
(แอบกรี้ดดดดดอยู่ในใจ เอาหละว่ะ อย่างงี้ค่อยมีกำลังใจเรียนหน่อย)
โอ๊ะ โอ๊ะ อะไรเนี่ย วินาทีทันมา เก๊ก เก๊ก เก๊กชะมัด อะไรว่ะเนี่ยหมั่นไส้
(แต่ก็ด้วยความเอ็นดูนะ ถึงจะเหมือนเดินแบบ หรือถ่ายโฆษณาอยู่ตลอดเวลาแต่ก็อะอะ ให้อภัยได้เสมอ)
ดูนั่นสิ ทำเราไม่เป้นอันเรียน อะ เดี๋ยวเดินไป เดินมา ตาโตๆสีน้ำตาลอ่อนๆฉายแววอัจริยะ
(ที่จ้องผ่านหน้าเธอไปมาอย่างไม่ใส่ใจ มองกุหน่อยก็ได้นะ)
ผมสีเหมือนจะทองแล้วหละ จัดทรงเกือบเหมือนเด็กวัยรุ่นหัวตั้งเป็นกิ้งก่า
(เพียงแค่โหนกยังไม่สูงพอ ทำให้คงความเข้ม มาดผู้ใหญ่ไว้ได้)
สูทเรียบสีเทาเข้ม เนี้ยบไม่ใช่เล่น ตัวสูงผอม หน้าอ่อนเยาว์ คนอะไรดูดี360องศา
(ตอนนี้ใครอ่านอยากไปอ้วกก่อนก็ได้นะไม่ว่ากัน)
ทันใดนั้น.....
ออกอาการประทับใจ แค่คำแรกที่คุยกันเขาก็ถามชื่อเธอ
มองสบตาแล้วก็เอียงศีรษะเล็กน้อย "THAILANDE???" พร้อมรอยยิ้ม (ที่ฝันเห็นไปเองหรือป่าว)
พยักหน้างงๆๆเอ๋อๆๆ กับแววตาประหลาดใจผ่านแว่นหนาเตอะให้
"อะไรเนี่ย!!!! รู้ ได้ อย่าง ไร ว่าเราเป็นคนไทย"
(อยากขอให้ออกสำเนียงภาคใต้ในการอ่าน หรือว่าสำเนียงอีสานก็ได้นะ ความโรคจิตส่วนตัวไม่ต้องอยากรู้เหตุผลหรอกนะ)
ไม่น่าเชื่อใช่ป่าว หลายคนคงคิดว่า พี่หล่อคนนั้นต้องเสร็จยายบ๊องนี่แน่ๆๆๆ หรือพี่หล่อคงลืมใส่แว่นมา
ถ้าคุณคิดเช่นนั้น....แสดงว่าคุณเป็นคนมีความสามารถในการ....
......โดนคนหลอกได้โดยง่าย.... (ระวังอย่ามองข้ามความปลอดภัย มิฉะนั้นจะเป็นเช่นนี้
อย่าหลงเชื่อในสิ่งที่ได้อ่านเสมอไป สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ปากต่อปากก็บิดเบือน อิอิ
พยายามเขียนให้สาวเจ้า(อยากเป็นคำนี้แต่กลับคำกันจัง!!! :P....ห้ามใครต่อว่าฝันไปเถอะนะ) ดูดีเต็มที่
ไม่ได้โกหก แค่กั๊กไว้ไม่บอกหมดเท่านั้นเอง
ความจริงแล้ว หนุ่มคนนั้นคือ ครูสอน TD หรือกรุ๊ปย่อยของหญิงอวบ(อวบคืออาการเริ่มผอมลงของอีอ้วน)
แล้วก็ถามชื่อเพื่อให้แนะนำตัว มันก็ถามทุกคนในห้องนั่นแหละก็รู้ๆกันอยู่
แต่ที่น่าแปลกใจจริงๆคือคำถามว่าเป็นคนไทยเนี่ยแหละ
สาวไทยเชื้อจีนแต้แต้(จิ๋ว)ถึงกับออกอาการมึนไปชั่วขณะ
อยู่ฝรั่งเศสมา 6 ปี ไม่เคยมีใครทักถูกตั้งแต่ครั้งแรกซักกะคน สงสัยอยู่ว่ามันมีเขียนข้างชื่อกุป่าวเนี่ยว่าเป็นคนไทย
...........
ถ้าอยากรู้ว่าทำไมหนุ่มหน้ามนถึงรู้ความลับของหญิงสาว โปรดติดตามตอนต่อไป
ป.ล. ต้องขอโทษท่านผู้อ่านหลายท่านที่ต้องมาทนอ่านเรื่องปัญญาอ่อนเช่นนี้
แต่ถ้าเคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็ต้องพอเข้าใจบ้างหละเนอะ
อย่าลืมเล่าประสบการณ์พบรักต้องห้ามของท่าน ส่งมาในคอมเม้นท์ด้วยนะจ้ะ จะรออ่าน
หรือชอบอะชอบอะ แต่เป็นไปไม่ได้เพราะเขาไม่สน หรือเรารักกันแต่มีอุปสรรคมากีดขวางด้วยม่านประเพณี
(ขอโทษที่ทำให้ต้องนอนตบยุงกันนะคะ)
October 01 หมอกหรือควัน หมอกจางและควัน คล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้
อยากจะถามดูว่าเธอเป็นดั่งหมอกหรือควัน
หมอกจะงดงามและทำให้เยือกเย็น แสนจะเย็นสบายเมื่อยามเช้า
ถ้าเป็นควันไฟถึงจะบางเบา หากเข้าในตาเราก็คงจะทำให้เสียน้ำตา
หลายคนคงเคยได้ยินและชื่นชอบเพลงง่ายๆความหมายดีดีเพลงนี้ของพี่เบิร์ดแล้ว
.....
ตอนนี้ชีวิตเต็มไปด้วยควัน บุหรี่สูบกันให้ท่วมมหาลัย
ไม่เข้าใจ ไม่อยากไม่เป็นมะเร็งปอดกันเหรอไง แถมเอากลิ่นมาติดเสื้อผ้า ผมเผ้าเราอีกด้วย
อีกทั้งควันไฟที่ครุกรุ่นอยู่ในอก และนัยตา แต่มันอืจฉาจะให้ทำไง
ช่วงนี้เห็นคนเต้นซัลซ่าเก่งๆแล้วอิจฉา เท้าไฟกันจังนะระวังพื้นจะไหม้เป็นจุลณ์
.....
หมอกเหรอ มีแต่เมฆหมอกบังตา มองไม่เห็นทางสว่าง
ภายนอกสงบนิ่ง กินเจกินเจ ภายในร้อนรน
ศีลห้าขาดไปทีหละข้อ สองข้อ ถือมาได้ไม่กี่วันหนักเหลือเกิน
ไม่เห็นจะสวยงามเหมือนที่วาดไว้ มันมืดมนสับสนหาทางออกไม่ได้
.....
หมอกต่างจากควันจริงเหรอ หมอกเย็นๆทำให้จิตใจด้านชาไร้ความรู้สึก
ควันจางๆทำให้จิตใจเบิกบาน เหมือนนินทาวันหละนิดจิตแจ่มใส
ความอิจฉาอาจนำพาสู่ความสำเร็จได้เหมือนกันแหละ
La fin justifie le moyen ทำดีได้ดี คิดชั่วก็อาจได้ดีเหมือนกัน
เพราะแค่คิดไม่ใช่ว่าจะผิดแล้ว
ป.ล. รู้ว่าไม่มีใครอ่านหรอก อยากเขียนให้งงเล่นเท่านั้น |
|
|