Ben's profiletotally lostPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 27

    ความอิ่ม

    ทำไมคนเราต้องหิวด้วยนะ
    ทำไมคนเราต้องกินตลอดเวลา (อันนี้หมายถึงตัวเอง)
      เมื่อพูดถึงความอิ่ม ทุกคนจะต้องนึกถึงอาหารเป็นอย่างแรก หลายคนอาจจะเป็นคนดีคืดถึงภาพเด็กที่เอธิโอเปียขึ้นมา
    แต่ในโลกที่อยู่ตอนนี้ บางคนอิ่มจนอืด จนเอียน จนเลิกกินกันไป จนกลายเป็นโรคไม่อยากอาหาร จนผอม จนเหี่ยว จนตาย
    ความแตกต่างที่แม้แต่ขั้วโลกยังอาย
     
    ในแง่บวก ความอิ่มทำให้เรามีกำลังวังชา ความอิ่มทำให้ง่วงนอนไม่ได้อ่านหนังสือสอบ (อันนี้ก็ดีนะ จะได้พักผ่อนก่อนสอบไง)
    ความอิ่มคือความสุขที่ได้เติมอะไรให้กับชีวิตจนเต็ม
    ความอิ่มคือการรู้สึกว่าพอ (พอแล้วกับนูเตล่าที่จวกไปหมดขวด)
    คนเราต้องรู้จักคำว่าพอ แล้วจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไม่ทุกข์(มาก)
     
    แต่อีกแง่หนึ่ง ความอิ่มก็ไม่สามารถหยุดยั้งการกอบโกย แย่งชิงได้
    อิ่มแล้วนะ แต่ก็อยากอีกอะ (อิ่มของคาวแต่ยังกินของหวานได้อีก อิอิ มีสี่กระเพาะจ้ะ)
    ความอื่มคือไม่สามารถยัดอะไรใส่เข้าไปได้อีกแล้ว
    ความอิ่มทำให้เราพ่ายแพ้ตอนแข่งกินโออิชิกับเพื่อน (คุ้มยังเนี่ย)
     
    ความอิ่มไม่ใช่แค่ในเรื่องกินแน่นอน เป็นคำสากลที่ใช้ได้กับทุกสถานะการณ์
    อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรัก อิ่มเอม อิ่มบุญ
    คำว่าอิ่มมักใช้กับอะไรที่ดีดี แต่ทำไมคนเราอิ่มแล้วก็ยังไม่รู้จักพอได้ อิ่มแล้วก็ยังอยากอยู่
    ความอิ่มจึงเป็นแค่ความรู้สึกชั่วขณะ ความรู้สึกพื้นฐานที่คนเราต้องการบ่อยๆ (ถึงสามครั้งต่อวันเป็นอย่างน้อย)
     
    แต่ทุกคนก็คงเคยได้ยินคำว่า อิ่มตัว
    คำนี้เป็นคำที่มีความหมายไม่ค่อยดี อิ่มตัวเป็นจุดเปลี่ยนของหลายๆอย่าง
    เมื่อสารละลายอิ่มตัว มันก็ไม่สามารถทำน้ำตาลให้ผสมเข้ากับน้ำได้อีกต่อไป
    การใช้ชีวิตอยู่ที่หนึ่งนานๆ ทำให้คนเราปล่อยให้น้ำตาลตกตะกอนอยู่ตรงนั้น
    ปล่อยให้ของดีดีเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
     
    เมื่อถึงจุดอิ่มตัว ส่วนใหญ่ให้เพิ่มอุณหภูมิของสาร เอาน้ำหวานไปตั้งไฟ แล้วน้ำตาลก็จะละลายเพิ่มได้
    จนกลายเป็นคาราเมลที่น่าอร่อย หวานหอม
    คนเราก็ต้องหาทางกระตุ้นตัวเอง เอาน้ำตาลที่เหลือมาใช้ให้เป็นประโยชน์
    หนึ่งในวิธีนั้นก็คือการเปลี่ยนแปลง เดินทางออกจากที่เดิม ไปค้นหาที่ใหม่
    เพิ่มรสชาติให้กับชีวิต
     
    เพียงแค่อย่าลืมกันว่า เมื่อคาราเมลเดือนแล้วให้ยกลงทันที มิฉะนั้นจะไหม้และขม
    เพียงแค่ผ่านจุดอิ่มตัวมานิดเดียว ของที่เย้ายวนก็จะกลายจากหน้ามือเป็นหลังเท้าไปในพริบตา
    เพียงพอ พอเพียง อิ่มแล้ว อิ่มตัวแล้ว
    ให้ความรู้สึกนี้กระตุ้นให้ก้าวไปข้างหน้า เพิ่อค้นหาสิ่งดีดีให้กับชีวิต
    แต่อย่าผ่านจุดอิ่มตัวนี้ไป มันจะทำให้เราอืด จุก เสียด แน่น โลภ กอบโกย สิ้นคุณค่า
     
    น้ำตาลไหม้ เททิ้งทำใหม่ได้
    แต่ชีวิตคนเราเป็นทรัพยาการที่จำกัด ใช้ได้เพียงหนเดียวเท่านั้น
    เมื่อไหร่ที่ไหม้ สะเก็ดรอยแผลก็จะอยู่ตรงนั้น (ต่อให้บัวหิมะก็เถอะอย่าหวัง)
        อิ่มก็พอนะ (ไว้หิวค่อยกินใหม่)
    March 05

    เธอคือนางฟ้ามาโปรด

    อะอะ เริ่มโง่น้อยลงอีกขั้น หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมอยากให้หลายคนกลับมาฟังเพลง
    เธอคือนางฟ้ามาโปรด ของนาธานกันอีกครั้ง
     
    เรื่องมีอยู่ว่า....เพื่อนคนหนึ่งที่รู้จัก เล่าให้ฟังถึงความมัธยัสถ์ของแฟนให้ฟัง
    โอ้เขานะแก บอกชั้นว่า หนุ่ม-"ไม่คุยแล้วนะ แบตจะหมด"
    ด้วยความที่เป็นคนปกติ สาว-"อ้าวแล้วทำไมไม่ชาร์ตหละคะ"
    หนุ่ม-"เออ เดี๋ยวจะเอาไปชาร์จที่ทำงานพรุ่งนี้อะ เปลืองไฟ"
    !!!!?????!!!!!
     
    ทุกคราที่ทั้งสองไปทานอาหารกัน
    หนุ่ม-"เดี๋ยวออก 70-30 นะ เรายังหารายได้ไม่ได้"
    หลังจากเอามือถือขึ้นมาคิดเลขสูตรคูณเรียบร้อย
    หนุ่ม-"เดี๋ยวทอนให้นะ 5 บาท 50 ตังค์"
    สาว-"ไม่เป็นไรหรอกคะ"
    หนุ่ม-"ไม่ได้ ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น 30 ก็ต้อง 30"
    สาว-ในใจ--ห้าสิบตังค์จะเอาไปทำไรดีว่ะเนี่ย ขึ้นรถเมล์ก็ไม่ได้แล้ว เฮ้ย!!!
     
    เมื่อครั้งที่เราต้องจากกัน
    สาว-"พี่ขาอยากไปสยามไปทางไหนดีเนี่ย"
    หนุ่ม-"อ๋อ ก็ขึ้นเรือที่นี่นะ แล้วก็ไปต่อรถเมล์สายนี้ ผ่านหน้าสยามพอดี"
    สาว-ในใจ--ขึ้นแท็กซี่อยู่แล้วหละ ใครจะรอรถเมล์กับกระโปรงสั้น เฮ้ย!!!
     
    เมื่อครั้งที่เขามารับเธอไปกินข้าว
    สาว-"เดี๋ยวไปกินข้าวแถวบ้านกันนะคะ"
    หนุ่ม-"ได้ได้ เนี่ยจากบ้านพี่นั่งรถเมล์สายนี้ตรงไปบ้านเราเลยเนี่ย"
    สาว-"แล้วจะไปกินกันที่ไหนดีค่ะ ขี้เกียจเดิน"
    หนุ่ม-"ไม่เป็นไรขึ้นรถแค่ป้ายเดียวมีร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยอยู่"
    สาว-ในใจ--เดินก็ได้นะ ถ้าจะไปร้านนั้น ไปประจำอยู่แล้ว เฮ้ย!!!
     
    เมื่อครั้งที่เราห่างกัน ชายหนุ่มก็ส่งเมล์มาเรื่อยๆ
    สาว-"ส่งโปสการ์ดมาให้บ้างก็ได้นะคะ"
    หน่ม-"พี่ไม่ชอบอะ มันได้ช้า"
    สาว-ในใจ--แต่กุชอบ
    คนนอกอย่างเราก็ได้แต่คิด--สิบสี่บาทจะงกไปไหนว่ะ เมล์ก็คงไปส่งแต่จากที่ทำงาน เพราะที่บ้านเปลืองค่าไฟ
     
    สาวเจ้าเล่าว่า หนุ่มของเธอเคยมีแฟนมาแล้วหลาย เจ้าชู้เงียบๆ
    เป็นที่โจทย์ขาน ทั้งจำเลย ทั้งเจ้าทุกข์ ก็มีหลายอยู่
    เมื่อลองมาคิดดู ทำไมคนที่ไม่อยากลงทุนมาก(แต่ใจนี่ให้เต็มร้อย) ถึงดิ้นรนมีแฟน
    หลายคนอาจจะตั้งคำถามในใจเงียบๆเหมือนกัน
     
    นี่นแหละที่มาของ เพลง เธอคือนางฟ้ามาโปรด ที่อธิบายเหตุผลได้อย่างชัดเจน
    ไม่เชื่อลองฟังเพลงนี้ตั้งแต่ต้นดูสิ
    กลุ่มอนุรักษ์ หรือรณรงค์ให้ประหยัดไฟต้องลองปล่อยกระแสเพลงนี้ให้ฮิตอีกครั้งแล้วหละ
     
    ป.ล. ใครเคยดูซีรีย์ Law & Order / New York District บ้างเอ่ย
    อยากบอกว่าถึงเรื่องจะเอาเค้าโครงมาจากเรื่องจริง แต่เหตุการณ์และหนุ่มสาวนี่เป็นคนสมมุติหมดนะคะ
    ของคุณที่มาของเรื่อง ที่แบ่งปันให้เราได้บริหารรอยยิ้มกันทั่วหน้า 
     
    February 27

    ยิ้มไว้

    คนไทยไม่มีอะไรในใจก็ยิ้ม
    คนไทยมีอะไรในใจก็ยิ้ม
     
    คนฝรั่งไม่ชอบใจก็หุบยิ้ม
    คนฝรั่งชอบใจอะไรก็ไม่ยิ้ม
     
    ยิ้มสยามน้ำใจไทย หาใดเปรียบ
    ชาติใดเทียบ ยิ้มพิมพ์ใจของไทยได้
    แม้ตกทุกข์ได้ยากลำบากใจ
    เราคนไทย ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนมา
     
    ตอนนี้พยายามเป็นเหมือนคนบ้า
    ยิ้มข้างนอกใจเย็นชาหน้าสดใส
    อยากเป็นเหมือนปาล์มมี่ตะโกนไป
    โอ๊ยเอาว่ะ สู้โว๊ย ยิ้มลูกเดียว
    December 06

    OBSEDER (V)-serieuse

    OBSEDER เป็นกริยาแปลว่า บ้า
    ETRE OBSEDEE เป็นสภาวะที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้
     
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับหญิงอ้วนคนหนึ่ง
     
    La page la plus sombre de la vie.....
    La tristesse la plus profonde de l'existence
    L'envie la plus forte de l'être humain
    Être libre sans direction
     
    L'innocence เด็กโต๋...
    หนังดีที่ควรดู เมื่อเหนื่อยหน่าย เมื่อขาดฝัน เมื่ออยากทำตนให้เป็นประโยชน์
    ไม่น่าเชื่อว่าเมืองลียงจะมีคนดังมาเยี่ยมเยือน
     
    เดินเข้าไปในร้านอาหารอินเดียร้านโปรด โอ๋ว้าว ไม่น่าเชื่อใครนั่นส่วนอย่างกับนางสาวไทย
    พี่ป๊อป พี่ป๊อป อารียา ชุมสาย อดีตนางสาวไทย แต่ปัจจุบันขวัญใจชาวสยาม
    ความน่ารัก ความเป็นธรรมชาติ ความเป็นคน ทำให้อาการบ้าดาราเริ่มออก
     
    เคล็ดลับความงามของพี่ป๊อปคืออะไรค่ะ
    "พักผ่อนเยอะๆ กินมังสวิรัต ไม่ดูข่าวทีวีที่ข่มขืนใจตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากก็ไม่ทำ"
    โอ้ว้าวมิน่า สาวอายุ 35 จึงเข้าใจผิดว่าพี่ 27 เป็นรุ่นเดียวกันนี่เอง อิอิ (ขอโทษนะคะ แอบเอามาเล่า)
     
    กลับมามองตัวเองแล้ว เข้าใจแล้วหละว่าทำไมเราไม่สามารถสวยได้อย่างพี่ป๊อป
    ก็นะเล่นทำการบ้านวินาทีสุดท้ายกว่าจะได้นอนตีสามตีสี่ เรียนแปดโมงเช้า เอาเข้าไปขอบตาเป็นแพนด้า
    (ขอย้ำว่าขอบตา ไม่ใช่ขนาดตัว)
    กินเหรอ เอาเนื้อๆๆ ไม่มีโปรตีนจากสัตว์ไม่กินโว๊ย เอาเข้าไป 
    (หน้าไม่ใส แต่บานอวบอิ่มแทน)
    ข่าวยิงกันที่อิรัก ฆ่ากันตายที่ฉนวนกาซ่า พายุถล่มที่เวียดนาม ข่มขืนปาดคอหมกศพ โอ้พระเจ้า
    (ดูเข้าไปจะได้เอาไปเขียนในการบ้าน มีข่าวให้วิจารณ์เพื่อถกเถียงกันด้านกฎหมาย)
    ไม่อยากอ่านหนังสือ ไม่อยากเรียนแล้วเนี่ย ทำไมอาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง ทำไมหนังสือเยอะขนาดนอนแล้วจะซึมเข้าป่าวเนี่ย
    (ไม่อยากทำอะไรก็ต้องข่มขืนสมองให้คิด บังคับใจให้อยาก ควบคุมมือให้เขียน)
     
    ดูแล้วตรงข้ามกับเคล็ดลับพี่ป็อปไปซะทุกอย่าง แล้วชาตินี้จะสวยกับเค้าหรือป่าวเนี่ย
    เอาน่าอย่างน้อยก็เดาว่ารอยยักในสมองคงมากพอๆกับรอยเท้ากาที่หน้าแล้วกัน
     
    นอกจากพี่ป็อปสุดน่ารักแล้ว พี่นก (นิสา คงศรี) ผู้สร้าง กำกับ จัดแสง จัดฉาก ถ่ายทำ อีกคนก็มาเป็นเกียรติให้เรารู้จักอีกคน
    เรื่องราว ประสบการณ์ ความเป็นคน(เก่ง) บวกกับการบอกเล่าเรื่องราวได้น่าสนใจสุดๆ
    พรมลิขิตของชีวิตที่ขีดเส้นไว้ให้เราเดิน ให้เราได้โคจรมาพบกัน การกระทำอย่างหนึ่ง นำไปสู่เหตุการณ์อีกอย่างหนึ่ง
    ...สำหรับหญิงอ้วนคนนี้ เราเลือกทางเดินชีวิตของเราได้ แต่ถนนได้ถูกกำหนดไว้แล้ว 
    อิสระของคนที่จะทำ แต่ผลลัพธ์อยู่เหนือความคาดหมายเสมอ
     
    อะอะ อ่านแล้วยิ้มไม่ค่อยออก ต้องขอโทษด้วย
    อืม เรื่องมันเศร้า แต่นี่แหละที่ OBSEDEE ชีวิตคน - ต้องเลือกทางเดินที่ดีที่สุดให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา
    (แต่คราวนี้ไม่ว่าจะอ้วน จะผอม จะสวย จะฉลาด จะแก่ จะสาว จะมีแฟนหรือไม่มี ก็OBSEDEE เหมือนกันหมด)
    November 16

    obseder (IV)

    OBSEDER เป็นกริยาแปลว่า บ้า
    ETRE OBSEDEE เป็นสภาวะที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้
     
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับหญิงอ้วนคนหนึ่ง
     
    กลับมาแล้วจ้ะ ถึงแม้จะไม่มีใครติดตามอ่านคราวนี้แต่ก็อยากเขียน
     
    Two things that made me crazy last week howerver this week only one keep running me mad...
     
    I should say that you are participating in my madness coz I don't usually write my blog in English.
    A lot of reasons explain this absence, first, I'm not quite good at English.
    (my dear best friend told me that I shouldn't use the word "good" in my essay so I'll rewrite my purpose).
    First, my English is not very fluent and I need load of practices for it.
    Secondly, due to the first explaination, I have just a few vocabularies in my English dictionnary.
    Therefore I can't discribe correctly what I want to say.
    You realise yourself that my blog is boring you...but please don't stop reading it.
     
    (You can correct my mistakes after you've finished spending time on this stupid story :)
     
    I'll try to go more quickly. As you should have known already that my first obsession is English.
    Don't ask yourself why a fat ugly girl begins to interest in studying English.
    The answer is not because English is the most speaking langauge in the world.
    (Some will say it isn't true, you are right Mandarin is spoken by the biggest numbers of people.
    Be proud of yourself if you remarked that...BRAVO!!!)
     
    The true reason why I'm talking to you in English now, is I'll take the toefl exam next Saturday.
     
    Though, for you, it seems to be easy, I'm not feeling the same. I'm trying very hard to improve my score in toefl.
    I use every method to help me: academic and spiritual. Yes, I pray and consult my reliable fortune-teller.
    "WORK HARD MY GIRL", he said. That's the curse for me, the only thing I can't do is studying hard.
    So as academic method doesn't work, the only way left for me is spritual means.....
     
    PLEASE PRAY FOR ME and I'll try to get the best mark for you...:0
     
    I have enough of English now and you'll say thanks GOD, I don't need to read her silly story anymore.
    Don't be careless like that. You should always doubt about what I say.
    I rarely lie, normally I just don't tell all the truth.
    You still are constrained by my influence.
    Keep reading this blog but in Thai now.
     
    .......
     
    อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ อย่างต่อไปที่หญิงอ้วนคนหนึ่งตกอยู่ใต้พลัง คือ ความโกรธ
    คุณเคยหรือไม่ ลมออกหู ไม่พูดไม่จา รำคาญไปซะหมด อย่ามายุ่งกับชีวิตชั้นนนนนนนนนน
    ถ้าเคย อยากรู้ว่าคุณจัดการกับเหตุการณ์อย่างไร
     
    มันเป็นอารมณ์บ้าของแท้ ที่เกิดมาจากความเหนื่อยสะสม และคุณไม่สามารถประพฤติตัวเหมือนเคยได้
    มองอะไรก็ผิดไปซะทุกอย่าง แค่คำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจ การกระทำที่ไม่รู้ตัว ก็ทำให้เพื่อนสนิทกันแตกกันได้
    แต่เพื่อนก็ยังเป็นเพื่อน...ระเบิดลง ตูมมมมมมม บาดเจ็บกันไปบ้าง สะเก็ดอาจจะคาอยู่
    แต่มิตรภาพและความจริงใจก็เป็นยาสมานแผลที่ดีที่สุดในช่วงเวลานี้
     
    ใครที่แอบน้อยใจเพื่อน แอบไม่พอใจเพื่อน หรือได้ทำอะไรให้เพื่อนเสียใจไป
    หาเวลาไปกินข้าว(ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น En l'espèce ไปกินควิค) แล้วปรับความเข้าใจ
    เปิดอกคุยกัน (แต่ไม่ถึงกับต้องปลดกระดุมอะไรกันหรอกนะ)
    บอกไปเลยว่าทำไม อธิบายความรู้สึกอัดอั้นตันใจ ขอโทษกับความเลวที่ไม่รู้สึกผิดแต่ไม่ถูกต้อง
     
    มีคนบอกว่าร่างกายและจิตใจต้องไปด้วยกัน..เมื่อไหร่ร่างกายอ่อนแอ จิตใจก็แย่ไปด้วย
    คนที่รู้สึกว่าสวย จะสวยขึ้นจริง 30%
    คนที่รู้สึกว่าผอม อันนี้จะไม่ผอมลงนะ และคนที่รู้สึกว่าอ้วน ส่วนใหญ่จะอ้วนขึ้น (อ้าว เริ่มงง)
    เอาเป็นว่า พอร่างกายเหนื่อยเกิน การควบคุมจิตใจก็ต่ำไปด้วย อารมณ์แปรปรวนง่าย
    มองโลกแคบ เห็นแต่ข้อเสียว ความโหดร้ายในโลกทำไมต้องเกิดขึ้นกับเรามากกว่าคนอื่น
     
    เมื่ออยู่ในภาวะนี้เราจะประพฤติตัวแย่ เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า มีดวงเดียวนะ รักษาไว้หน่อย
    ถ้าเราไม่ดูแลมันจะทำให้ และในเมื่อมันไม่สามารถทดแทนด้วยอะไรได้ รอยร้าวมันก็จะอยู่
    กาวใจที่ตอนนี้ควรใช้มากที่สุดก็คงเป็นความจริงใจ มิตรภาพ ความสำนึกผิด และการให้อภัย
     
    อย่าให้อารมณ์ชั่ววูบมาทำลายความพยายามเป็นเพื่อน
    อย่าให้ความโกรธมาทำให้ความรู้สึกดีดีที่มีให้กันสลาย
    อย่าให้ความโง่ครอบงำความห่วงใย
    เก็บเหตุการณ์นี้ไว้เป็นบทเรียน
     
    ใครมีอะไรในใจ อย่าเก็บไว้เพียงฝ่ายเดียว มันอาจจะระเบิดได้
    เล่าสู่กันฟัง ปรับความเข้าใจ แล้วจะรู้สึกว่าโลกก็ลำเอียงมาทางเราได้เหมือนกันแหะ
    ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆที่น่ารัก รับฟังเรื่องราวงี่เง่า ให้อภัยในความโง่เขลา
    ไม่สัญญาว่าจะไม่มีอย่างงี้อีก แต่บอกได้ว่าตาสว่างแล้วค่ะ
     
    October 25

    obseder (III)

    OBSEDER เป็นกริยาแปลว่า บ้า
    ETRE OBSEDEE เป็นสภาวะที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้
     
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับหญิงอ้วนคนหนึ่ง
     
    เอาเขียนให้อ่านกันเบื่อไปข้าง ก็อย่างงี้แหละ คนที่ OBSEDEE ยอมมีอะไรเพี้ยนๆมาเล่าสู่กันฟังเยอะแยะ
     คราวนี้ขอ OBSEDEE เรื่องเทนนิส
     
    เทนนิส เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง ที่ต้องใช้ไม้ที่ขึงด้วยเอ็นสลับเป็นตารางในการตีลูกสักหลาดสีเขียวๆเหลืองให้ข้ามตาข่ายไปมา
    คนเล่นเทนนิส(อย่างฉัน) คือ บุคคลที่สามารถเอาไม้มาตีให้โดนลูกได้บ้างไม่ได้บ้าง ข้ามตาข่ายเป็นครั้งคราว และก็ทำออกนอกสนามเป็นส่วนใหญ่
    นักเทนนิส คือ บุคคลที่สามารถเอาไม้ดังกล่าวอย่างมียี่ห้อ มาตีโดนลูกที่จะเปลี่ยนทุกทุกหกเกมส์ โดนตีข้ามไปมาได้หลายครั้งโดยไม่ออก และ
                     ลูกจะตกประมาณบนเส้นซ้าย ขวา นอกจากนี้ยังสามารถขึ้นมาเล่นหน้าเน็ต ทำให้ผ่ายตรงข้ามวิ่งไปมาได้อีกด้วย
     
    มาจะกล่าวบทไป ถึงการแข่งขัน LE GRAND PRIX DE TENNIS DE LYON
    คนเล่นเทนนิสมีโอกาสเข้าไปชมโดยไม่เสียตังค์สักบาท (ของอย่างงี้ไม่พลาดอยู่แล้ว)
    วันแรกเป็นนักเทนนิสฝรั่งเศสสองคน คนหนึ่งเป็นพวกเดียวกับหมู่บ้านสเมิร์ฟ ส่วนอีกคนเป็นตัวร้ายแน่ๆเพราะมันใส่สีส้มต่างจากตัวอื่น
    กรรมการ เด็กเก็บลูกล้วนอยู่ในหมู่บ้านสเมิร์ฟด้วยกันทั้งนั้น วิ่งไปวิ่งมาเต็มสนามไปหมด
    ตัวแทนสเมิร์ฟแข่งกับไอ้ตัววายร้ายหน้าง่วง
    อธรรมย่อมชนะธรรมะอยู่แล้ว ตัวส้มชนะอะ มือวางอันดับสูงกว่า อีกทั้งประสบการณ์(พูดง่ายๆแก่นั่นเอง)
    Sebastien GROSJEAN 2-0 Paul Henri MATHIEU
    (อย่าลืมเข้าไปดูรูปแล้วจะเข้าใจว่าทำไมหมู่บ้านสเมิร์ฟถึงย้ายถิ่นมาที่ GERLAND, Palais des sports)
     
    แต่มันลืมไป แต่มันเผลอไป ยั้งใจไว้ไม่ทัน
    อะไรนะ พรุ่งนี้ SAFIN แข่งเหรอ กับใครอะ Richard GASQUET โอ้ไม่นะ
    เรียนก็เลิกสองทุ่ม แต่ไม่เป็นไรโดดได้  
    ( เพื่อ SAFIN เอา DOUMBE-BILLE มาแลกก็ไม่ยอม)
    ทีนี่ใครจะบ้าไปกับกุหละว่ะเนี่ย คนปกติเขาเรียนกันนะเวลานี้
    หลังจากการติดต่อแบบโอปะเรเตอร์เก่า เหยื่อของเราก็มาติดเบ็ด
    แต่เป้นการติดเบ็ดแบบจำยอม แล้วก็ขอขอบคุณเหยื่อที่มาร่วมชะตากรรมด้วยนะคะ
     
    .........
    18 นาฬิกาของวันอังคารที่ 24 ตุลา 2549
    วันที่ชั้นเดิมรวมกลุ่มกับคนที่ไม่รู้จักเพื่อลอบเข้าสนามแข่งฟรี
    แอบลอบมองชายหนุ่มที่เดินข้างๆเล็กน้อยพอเป็นพิธี
    ฮื้มหือ หล่อจัง อะฮ่า หล่อจริง
    แต่ยังไงก็สู้พี่ SAFIN ของฉันไม่ได้
    คนอะไรหล่อ เลว เพี้ยน แต่น่ารักได้ถึงใจขนาดนี้
     
    หลังจากเชียร์หนุ่มไซปรัสไม่ขึ้นจนแทบจะถูกกระเด็นออกจากสนามเพราะดันไม่เชียร์คนฝรั่งเศสแล้ว
    ก็ถึงเวลาที่รอคอยมานานนนนนนนนนน
    นั่นไงคนนั้น มาแล้ว มาแล้ว ยักษ์ใหญ่แห่งแดนหมีขาว Marat SAFIN
    จะมองทางซ้าย ก็เข้าตา จะมองทางขวา โอ๊ะโอ๊ย ก็โดน
    หนุ่มร่างสูงน่ามองทุกท่วงท่า มีเสน่ห์เมื่อยามโกรธ อารมณ์เร่าร้อนรุนแรงตลอดเวลา
     
    แต่แล้ว....ทำไมอีกฝ่ายเด็กน้อยหน้าใส  ตีดีเกินไปหรือป่าว
    backhand ดุดัน forehand ขนานเส้น serve เอส เอส เอส
    โอ้ไม่ไม่นะ ตะโกนเรียนชื่อ SAFIN ลั่นสนามจนแทบจะถูกคนรุมสกรัม
    ไอ้พวกต่างชาติ....เขาคงสมน้ำหน้าเรา เชียร์ไปก็แพ้
    จากมาดู SAFIN ก็ต้องมาเห็น SA FIN (sa fin แปลว่า จุดจบของเขา)
     
    ถึงอย่างไร ก็คุ้มค่ะ ไม่ได้เรียน หนังสือหนังหาไม่ได้อ่าน การบ้านไม่ได้ทำ
    แต่ได้เห็นตัวจริงของเขา ได้ยินเสียงร้องแบบเจ็บปวดของเขา
    แค่นี้ก็เพียงพอให้มีแรงต่อสู้กับ cas pratique และ commentaires ต่อไป
    (cas pratique และ commentaires เป็นการบ้านของนักเรียนกฎหมายฝรั่งเศส ที่ต้องต่อสู้ฟาดฟันกันจนตายไปข้าง-
    ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนที่ตาย คือไอ้หญิงอ้วนคนนี้นี่เอง)
     
    .....
    ...
    ..
    .
    อย่าหาว่าบ้าเลย แต่รู้สึกมันคุ้มค่ากับความทรงจำจริงๆ
    ใครเป็นแฟนเทนนิส หรือชอบนักเทนนิสคนไหนแล้วได้ไปเห็นเค้าเล่นอยุ่ตรงหน้า
    ได้สัมผัสความกดดัน ความดีใจกับชัยชนะ ความเสียใจกับการพ่ายแพ้
    แค่นี้แหละ....ชีวิตก็มียิ้มได้แล้ว
     
     
     
     

    OBSEDER (II)

    OBSEDER เป็นกริยาแปลว่า บ้า
    ETRE OBSEDEE เป็นสภาวะที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้
     
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับหญิงอ้วนคนหนึ่ง
     
      ช่วงนี้มีแฟนๆถามหาว่าไอ้หมูอ้วนหายไปไหนทำไมไม่มาต่อภาคสองซักที
    ก็ประมาณว่าพยายามเอาพุงน้อยๆของตัวเองวิ่งรอกทำนู่นทำนี่ซะจนไม่มีเวลาได้หลับได้นอน
    วันนี้เหมือนจะว่างหลังจากเหตุการณ์ทั้งหลายผ่านมามากมาย
     
     
    หลายคนอาจสงสัยว่าOBSEDEE คล้ายกับคำว่า POSEDEE หรือป่าว คำตอบบางครั้งก็ใช่
    ตอนนี้กำลัง POSEDEE โดย 1..2..3 /// 5..6..7
    มันคืออะไรหนะเหรอ มันคือจังหวะของ ซัลซ่า ดนตรีลาติโน่ที่คนสามารถนับเลยถึงแปดเต้นได้
    ออกเที่ยวทุกอาทิตย์เฉลี่ยสองครั้งต่อสัปดาห์ (พกเสื้อผ้าเหม็นกลับบ้าน แล้วใส่ต่อหลังจากนั้นสองวัน)
    วันนั้นเป็นวันที่ไม่คาดคิดว่าจะได้..ออกมาเต้น  เอ้า..ออกมาเต้น
    คืนวันอาทิตย์ที่มืดครึ้ม ROAD 66 แหละรวมนักเต้นซัลซ่าของลียงวันอาทิตย์
     
    ก้าวเข้าไปในบาร์....หัวใจพองโตพอพอกับพุงแล้วเนี่ย
    เขานั่นเอง เขาคนนั้นที่เราเคยเต้นด้วยเมื่อตอนเรียนซัลซ่าใหม่ๆ
    ชายหนุ่มน่ารัก ยิ้มตลอดเวลา กับท่าทางขี้เล่น พร้อมสไตล์การเต้นแบบเฮฮา
    คนที่เล็งมานาน ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนที่ปาร์ตี้ซัลซ่ากลางป่า
    เขามาแล้ว มาอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น แต่จะทำไงได้หละ เรานับแปดเป็นแต่เต้นไม่เป็นจังหวะ
     
    แล้วเขาก็ว่าง ไม่ได้เต้นคู่กับใครแล้ว เพื่อนสาวเท้าไฟที่ไปด้วย พยายามผลักดันให้ไปขอเขาเต้น
    (ทั้งผลัก ทั้งดัน จริงๆนะ อายมากเลย เขาคงจะมองอย่างสมเพช)
    ไม่เอา ไม่เอา ปฏิเสธอย่างแข็งขัน
    หันกลับไปอีกที เฮียไปเต้นกับผู้ชายซะแล้ว
    ..........
    .......
    .....
    ..
    .
     
    อะ อะ  อย่าเพิ่งเข้าใจเขาผิด เขาไม่ใช่ ไม่ได้เป็นนะ
    หนุ่มคนนั้นเป็นเพิ่อนเขาที่เต้นซัลซ่าเก่งเหมือนกัน
    บอกแล้วว่าเขาเป็นคนขี้เล่น
    หลังจากพาเพื่อนตัวควายหมุนได้สองที เขาก็ปล่อยเพื่อนยืนเอ๋อกลางฟลอร์แล้ววิ่งหนี
    ....
    แล้วหลังจากนั้น บรีสก็ให้รถเข็นชั้น.....ฝันที่เป็นจริง (ใครไม่รู้จักรายการนี้แสดงว่าวัยวุฒิยังไม่ถึงนะ)
    เขาวิ่งวนกลับมา พร้อมยื่นมือนุ่มๆมาให้
    กรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด ไม่น่าเชื่อหละสิ ว่าหญิงบวมๆจะได้เต้นกับเฮียน่ารัก
     
    เต้นค่ะเต้น พยายามทำเซ็กซี่สุดๆ (แต่อะนะ ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่)
    เฮียก็ใจดียิ้มให้ตลอด พร้อมทำท่าโอบๆโยกซ้าย โยกขวา
    ไอ้เพื่อนเล-ว ก็ตะโกนแซว "ยิ้มหน้าบาน ไม่หุบเลยนะ"
    (อยากตอบมันไปว่า ก้อกุ หน้าบานอยู่แล้วโว๊ย แต่ขอหน่อยเถอะคนมันมีความสุขอะ)
    อะไรเนี่ย ทำไมเพลงมันจบเร็วจังว่ะ
    จะไม่ล้างมือ ไม่ซักเสื้อ ให้กลิ่นเหงื่อของเธอหลอมละลายกับความสุขของฉัน
    (อนุญาตให้ไปอ้วกได้ก่อนมาอ่านต่อนะ)
     
    คนอะไร น่ารักขนาดนี้ แถมก่อนกลับยังโบกมือให้อีกด้วย บายจ้ะ จุ๊บๆ ไว้เจอกันใหม่
    กระโดดตัวลอยกลับบ้าน แถมจะบินได้แล้วเนี่ย
    "น้องเดี๋ยวพี่สอนน้องตัวต่อตัวให้เอง คราวหน้าไปเต้นกับเขาจะได้ ประทับใจ"
    ไม่เคยมีกำลังใจอยากเต้นมากขนาดนี้มาก่อนเลยเนี่ย
    (หากพี่ได้อ่าน หนูพยายามซ้อมอยู่นะคะ )
     
    เอ้า ใครเคยมีความสุขกับคนแปลกหน้าแบบนี้อย่าลืมมาเล่าให้กันฟังบ้างเน้อ
    ...........
    .........
    ......
    ....
    แต่เมื่อตื่นจากฝัน รถเข็นคันนั้นก็หายไป
     
    เมื่อกลับไปเจอเขาอีกครั้งที่เก่า คราวนี้เฮียมาพร้อมแว่น
    ยังน่ารักเหมือนเดิม แต่ทำไมจำกันไม่ได้หละ
    แอบเขาไปบิซู บองชูว์ อ้าวไมทำหน้างงเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
    ...
    ....
    ......
    ........
    เมฆหมอกจางหาย
    คนหล่นจากฟ้า
    ดาวตกนภา
    กลับสู่ความจริง
     
     
    October 15

    obseder (I)

    OBSEDER เป็นกริยาแปลว่า บ้า
    ETRE OBSEDEE เป็นสภาวะที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้
     
    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับหญิงอ้วนคนหนึ่ง
     
    นานแล้วที่ไม่ได้คลั่งไคล้ใครคนหนึ่ง น่ารักอย่างโง้น น่ารักอย่างงี้ ทั้งที่ไม่ได้รู้จักมักจี่กับเขาเลย
    (ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน ต้องมาจากนรกแน่ๆๆ มาทำให้ใจเราฟุ้งซ่านอย่างงี้ รบกวนกันเห็นๆขนาดยังไม่รู้จักนะเนี่ย)
     
    แต่แล้วก็ผ่านมาพบเจอ ทางเดินของเขาดันมาตัดกับของเธอซะงั้น
    (ความโชคร้ายมีอยู่จริง เห็นมั๊ย????!!!!??)
    แค่วินาทีแรกที่เห็น โหหหหหห....ทำไมน่ารักขนาด ดูดี ดูดี
    (แอบกรี้ดดดดดอยู่ในใจ เอาหละว่ะ อย่างงี้ค่อยมีกำลังใจเรียนหน่อย)
    โอ๊ะ โอ๊ะ อะไรเนี่ย วินาทีทันมา เก๊ก เก๊ก เก๊กชะมัด อะไรว่ะเนี่ยหมั่นไส้
    (แต่ก็ด้วยความเอ็นดูนะ ถึงจะเหมือนเดินแบบ หรือถ่ายโฆษณาอยู่ตลอดเวลาแต่ก็อะอะ ให้อภัยได้เสมอ)
    ดูนั่นสิ ทำเราไม่เป้นอันเรียน อะ เดี๋ยวเดินไป เดินมา ตาโตๆสีน้ำตาลอ่อนๆฉายแววอัจริยะ 
    (ที่จ้องผ่านหน้าเธอไปมาอย่างไม่ใส่ใจ มองกุหน่อยก็ได้นะ)
    ผมสีเหมือนจะทองแล้วหละ จัดทรงเกือบเหมือนเด็กวัยรุ่นหัวตั้งเป็นกิ้งก่า
    (เพียงแค่โหนกยังไม่สูงพอ ทำให้คงความเข้ม มาดผู้ใหญ่ไว้ได้)
    สูทเรียบสีเทาเข้ม เนี้ยบไม่ใช่เล่น ตัวสูงผอม หน้าอ่อนเยาว์ คนอะไรดูดี360องศา
    (ตอนนี้ใครอ่านอยากไปอ้วกก่อนก็ได้นะไม่ว่ากัน)
     
    ทันใดนั้น.....
     
    ออกอาการประทับใจ แค่คำแรกที่คุยกันเขาก็ถามชื่อเธอ
    มองสบตาแล้วก็เอียงศีรษะเล็กน้อย "THAILANDE???" พร้อมรอยยิ้ม (ที่ฝันเห็นไปเองหรือป่าว)
    พยักหน้างงๆๆเอ๋อๆๆ กับแววตาประหลาดใจผ่านแว่นหนาเตอะให้
    "อะไรเนี่ย!!!! รู้ ได้ อย่าง ไร ว่าเราเป็นคนไทย"
    (อยากขอให้ออกสำเนียงภาคใต้ในการอ่าน หรือว่าสำเนียงอีสานก็ได้นะ ความโรคจิตส่วนตัวไม่ต้องอยากรู้เหตุผลหรอกนะ)
     
    ไม่น่าเชื่อใช่ป่าว หลายคนคงคิดว่า พี่หล่อคนนั้นต้องเสร็จยายบ๊องนี่แน่ๆๆๆ หรือพี่หล่อคงลืมใส่แว่นมา
    ถ้าคุณคิดเช่นนั้น....แสดงว่าคุณเป็นคนมีความสามารถในการ....
     
    ......โดนคนหลอกได้โดยง่าย.... (ระวังอย่ามองข้ามความปลอดภัย มิฉะนั้นจะเป็นเช่นนี้)
    อย่าหลงเชื่อในสิ่งที่ได้อ่านเสมอไป สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ปากต่อปากก็บิดเบือน อิอิ
     
    พยายามเขียนให้สาวเจ้า(อยากเป็นคำนี้แต่กลับคำกันจัง!!! :P....ห้ามใครต่อว่าฝันไปเถอะนะ) ดูดีเต็มที่
    ไม่ได้โกหก แค่กั๊กไว้ไม่บอกหมดเท่านั้นเอง
    ความจริงแล้ว หนุ่มคนนั้นคือ ครูสอน TD หรือกรุ๊ปย่อยของหญิงอวบ(อวบคืออาการเริ่มผอมลงของอีอ้วน)
    แล้วก็ถามชื่อเพื่อให้แนะนำตัว มันก็ถามทุกคนในห้องนั่นแหละก็รู้ๆกันอยู่
    แต่ที่น่าแปลกใจจริงๆคือคำถามว่าเป็นคนไทยเนี่ยแหละ
    สาวไทยเชื้อจีนแต้แต้(จิ๋ว)ถึงกับออกอาการมึนไปชั่วขณะ
    อยู่ฝรั่งเศสมา 6 ปี ไม่เคยมีใครทักถูกตั้งแต่ครั้งแรกซักกะคน สงสัยอยู่ว่ามันมีเขียนข้างชื่อกุป่าวเนี่ยว่าเป็นคนไทย
     
    ...........
    ถ้าอยากรู้ว่าทำไมหนุ่มหน้ามนถึงรู้ความลับของหญิงสาว โปรดติดตามตอนต่อไป
     
     
     
     
     
    ป.ล. ต้องขอโทษท่านผู้อ่านหลายท่านที่ต้องมาทนอ่านเรื่องปัญญาอ่อนเช่นนี้
    แต่ถ้าเคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็ต้องพอเข้าใจบ้างหละเนอะ
    อย่าลืมเล่าประสบการณ์พบรักต้องห้ามของท่าน ส่งมาในคอมเม้นท์ด้วยนะจ้ะ จะรออ่าน
    นิยามรักต้องห้ามแบบแปลกๆๆ หมายถึง รักเขาข้างเดียวแต่เขาไม่เคยเห็นหัว(ใจ)
    หรือชอบอะชอบอะ แต่เป็นไปไม่ได้เพราะเขาไม่สน หรือเรารักกันแต่มีอุปสรรคมากีดขวางด้วยม่านประเพณี
     
    (ขอโทษที่ทำให้ต้องนอนตบยุงกันนะคะ)
     
    October 01

    หมอกหรือควัน

              หมอกจางและควัน คล้ายกันจนบางทีไม่อาจรู้
                อยากจะถามดูว่าเธอเป็นดั่งหมอกหรือควัน
     หมอกจะงดงามและทำให้เยือกเย็น แสนจะเย็นสบายเมื่อยามเช้า
     ถ้าเป็นควันไฟถึงจะบางเบา หากเข้าในตาเราก็คงจะทำให้เสียน้ำตา
     
    หลายคนคงเคยได้ยินและชื่นชอบเพลงง่ายๆความหมายดีดีเพลงนี้ของพี่เบิร์ดแล้ว
    .....
    ตอนนี้ชีวิตเต็มไปด้วยควัน บุหรี่สูบกันให้ท่วมมหาลัย
    ไม่เข้าใจ ไม่อยากไม่เป็นมะเร็งปอดกันเหรอไง แถมเอากลิ่นมาติดเสื้อผ้า ผมเผ้าเราอีกด้วย
    อีกทั้งควันไฟที่ครุกรุ่นอยู่ในอก และนัยตา แต่มันอืจฉาจะให้ทำไง
    ช่วงนี้เห็นคนเต้นซัลซ่าเก่งๆแล้วอิจฉา เท้าไฟกันจังนะระวังพื้นจะไหม้เป็นจุลณ์
    .....
    หมอกเหรอ มีแต่เมฆหมอกบังตา มองไม่เห็นทางสว่าง
    ภายนอกสงบนิ่ง กินเจกินเจ ภายในร้อนรน
    ศีลห้าขาดไปทีหละข้อ สองข้อ ถือมาได้ไม่กี่วันหนักเหลือเกิน
    ไม่เห็นจะสวยงามเหมือนที่วาดไว้ มันมืดมนสับสนหาทางออกไม่ได้
    .....
    หมอกต่างจากควันจริงเหรอ หมอกเย็นๆทำให้จิตใจด้านชาไร้ความรู้สึก
    ควันจางๆทำให้จิตใจเบิกบาน เหมือนนินทาวันหละนิดจิตแจ่มใส
    ความอิจฉาอาจนำพาสู่ความสำเร็จได้เหมือนกันแหละ
    La fin justifie le moyen ทำดีได้ดี คิดชั่วก็อาจได้ดีเหมือนกัน
    เพราะแค่คิดไม่ใช่ว่าจะผิดแล้ว
     
    ป.ล. รู้ว่าไม่มีใครอ่านหรอก อยากเขียนให้งงเล่นเท่านั้น
    May 14

    come back with new fresh air

    เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสโลกในอนาคต
    โลกแห่งการทำงาน    
    อีกโลกที่รู้ว่ามีอยู่จริงแต่ไม่เคยกล้าจะก้าวข้ามไป
     
    ..หนึ่งอาทิตย์กับชีวิตที่ไม่ได้หยุดนิ่ง
    ..หนึ่งอาทิตย์กับประสบการณ์ใหม่ๆ
    ..หนึ่งอาทิตย์แห่งการเรียนรู้ที่หาไม่ได้ในโรงเรียนไหนในโลก
    ..อีกหนึ่งบทบาทที่ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้
     
    เคยคิดเล่นๆว่า เรียนฝรั่งเศสมาตั้งหกปี...จะเป็นล่ามได้ไหมหนอ
    คำตอบก็คือว่า     ลองแล้วค่ะ
    ผลลัพท์ก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด
     
    ...หนึ่งอาทิตย์กับ Fairtrade
    ...หนึ่งอาทิตย์กับ ผู้ผลิตข้าวไทย
    ...หนึ่งอาทิตย์ที่ตื่นเต้น ตื่นตัว และกดดัน
    ...อึกหนึ่งโลกทัศน์ที่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่จริง
     
    หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องfairtrade อาจจะไม่รู้ว่าตืออะไร แต่ว่าคนบางกลุ่มใช้ชีวิตอยู่เพื่อการนี้
    เราอาจเป็นคนหนึ่งที่อยากทำอะไรให้สังคม แค่เพียงซื้อสินค้าfairtradeผลที่ตามมามากกว่าที่คิด
    นี่แหละที่เค้าบอกว่าโลกไร้พรมแดน เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ดีมาก
    ความเป็นจริงที่อยากจะตะโกนบอกให้รู้ อีกส่วนหนึ่งของผลส้มใบฟ้าๆนี้ที่เราอาจมองไม่เห็น
     
    ....หนึ่งอาทิตย์กับการทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย
    ....หนึ่งอาทิตย์กับการพูดในสิ่งที่ไม่เคยรู้
    ....หนึ่งอาทิตย์ที่อยู่ในเงาของใครคนหนึ่ง
    ....อีกหนึ่งด้านที่ไม่เคยคิดว่าจะตัวเองจะได้สัมผัส (เร็วขนาดนี้)
     
    ได้เจอคนใหม่ๆไม่ซ้ำหน้ากันทุกวัน ได้เจอกับคนเด่นๆดังๆที่ไร้ความหมาย
    ได้คุย ซักถามสิ่งที่ไม่เคยรู้ ได้คำตอบจากคนที่ไม่น่าจะมีโอกาสเอื้อมถึง
    ค้นพบว่ามีบางความฝันที่อาจทำให้เป็นจริงได้
    ค้นพบว่าโลกนี้ก็มีแสงสว่างในความมืดที่ทุกคนแวกว่าย
     
    ย้อนกลับมามองตัวเอง
    เราทำอะไรอยุ่ เรียนหนังสือ สอบให้ผ่าน ทำตัวให้มีความสุข
    แล้วคนอื่นหละ เราทำอะไรให้เขาหรือยัง
     
    ......หนึ่งอาทิตย์ที่โลกเปิด
    ......หนึ่งอาทิตย์ที่ไขว้คว้า
    ......หนึ่งอาทิตย์ที่ได้มา
    ......อีกหนึ่งความทรงจำล้ำค่าให้จดจำ
     
     
     
    ป.ล. รู้ตัวอยู่ว่าเป็นคนเขียนอะไรไม่ได้เรื่อง แล้วก็ไม่รู้เรื่องด้วย ขอโทษนะที่ทำให้ต้องทนอ่าน
     
    February 27

    passion

    passion.......
    un mot laisse toujours sons sens pour que l'annouceur le prenne conscience.
    oui l'impact de ce mot est si fort que l'on ne peut vivre sans lui
     
    pour bien réussir dans notre petite vie
    pour vivre heureux de ce qu'on fait
    c'est presque l'essence de l'aspiration
     
    quand on recherche notre passion
    c'est triste, c'est dûr, c'est sombre
    sourire mais jamais rire
    transpire mais jamais satisfaite
     
    regarde les autres vivent leurs passions
    une fois on admire, une fois on pleure
    pensant à nous-même
    essaie d'être à la hauteur
     
    jamais arriver, le chemin vient de commencer
    encore quelques routes faciles à parcourir
    si tu désespère maintenant
    quand viennent les parcourts difficiles tu serais déjà morte
     
    avoir confiance, se battre jusqu'à l'infini
    le résultat ne peut me rendre heureuse
    mais le travail au mieux donne toujours l'encouragement
     
    passion de passer
    passion de trouver
    passion d'être patiente
    et je vais peut-être trouver mon bonheur dedans 
    February 18

    l'un part l'autre reste

    เมื่อวานยินอยู่ตรงข้ามมีแค่ทางรถใต้ดินที่คั่นกลาง
     
    เราคงต้องจากกันสักพัก ต่างคนต่างไปคนละทาง
    โบกมือลา ยิ้มให้กัน รู้สึกว่าเดี๋ยวก็กลับมาเจอกันอีก
     
    ไม่นานหรอกคงจะได้กลับมานั่งกินข้าวร่าวมโต๊ะ แลกเปลี่ยนเรื่องราวไม่กี่วันที่ไม่ได้เจอกัน
    เล่าเรื่องความฝัน เล่าเรื่องความสนุก
     
    คงจะกลับมาวางแผน คราวหน้าเราคงได้อยู่ด้านเดียวกันของทางรถไฟ
    นั่งไปผจญภัย แล้วกลับมาเล่าเรื่องราวเดียวกันให้กันและกันฟัง
     
    พรุ่งนี้เช้าเราก็คงได้ออกเดินทางอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คงไม่มีใครให้บอกลา
    มีแต่จะไปพบกับเพื่อนที่ไม่ได้พบกันนาน
    ไปบอกเล่าเรื่องราวตอนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน
     
    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อเราโตขึ้น
    เมื่อเรามีอะไรหลายอย่างต้องรับผิดชอบมากขึ้น
    การจากลาเหมือนเป็นการเตือนว่า ระวังนะ!!! อีกครั้งแล้วที่ต้องมีความทรงจำเก่าๆเพิ่มขึ้น
     
    จำภาพคนที่เดินจากไป และรับรู้ว่าต้องคอยรับคนที่เดินเข้ามาใหม่
    ชีวิตที่คนหาความเป็นเหมื่อนเดิม คือชีวิตที่ติดอยู่กับความกลัว
    ค่อยยังชั่วหน่อยที่เราเรียนรู้แล้วว่า ไม่มีอะไรหรอกที่จะอยู่คงทนถาวร
    ความเปลี่ยนแปลงมันมาทุกวินาที อย่าให้มันควบคุมชีวิตเรา แต่ให้เราควบคุมมัน
     
    .......ยิ้มให้กับความสุข และหัวเราะให้กับความทุกข์.....
    February 01

    หมาจะเกิดชิงหมาเกิด

    เรื่องราวของวันเกิด ที่ก็เหมือนจะเหมือนทุกๆวัน แต่ก็ทำให้ชีวิตวุ่นวายได้อยู่....
     
    อยากจะจัดงานวันเกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน เอาว่ะ ไม่มีเรียนมาก ยังไม่มีการบ้าน บ้านก็ต้องจัดก็เอาทีเดียวเลยแล้วกัน
    เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว แต่คราวนี้ ยิงพลาดไปหน่อย แป็ก!!! กระสุนด้าน แต่ก็ยังได้นกที่จริงใจมา
     
    แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทูมี....
    ศุกร์นี้กินข้าวที่บ้านนะคะ เชิญค่ะ
    ไม่น่าเชื่อ   ขอบคุณทุกคนที่อุตส่าห์ฝ่าพายุหิมะมากินหมี่เย็นที่บ้านนะคะ
    วันที่หิมะตกหนักที่สุดตั้งแต่มาอยู่ฝรั่งเศสก็คือวันที่บ้านมีความอบอุ่นของพี่พี่ น้องน้อง ที่มาช่วยกันกินอาหารญี่ปุ่นรสชาติประหลาดที่บ้าน ดีใจค่ะ (น้ำเน่าไปหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าหิมะที่ละลายแล้วเปื้อนรอยเท้าแหละ อันนั้นน่าอ้วกกว่า)
     
    แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทูมี...
    พิธีซ้อมกินผ่านไป พอมาถึงวันจริง
    Le TCL vous annouce le préavis de grève, risque de forte perturbation le 31 janvier
    (เป็นบริษัทโดยสารที่เตือนคนล่วงหน้า ว่าจะนัดหยุดงานการเดินรถ)
    ไม่ต้องมาหรอกกินข้าวที่บ้านอะ เพราะว่าไม่อยากให้เพื่อนเดินกลับ
    เอาเหอะ ไว้เมื่อไหร่จะไม่มีนัดหยุดงานค่อยบอกแล้วกันจะได้จัดปาร์ตี้ที่บ้าน
    (จำได้ว่าครั้งที่แล้วที่จัด เพื่อนก็ไม่มีรถจะกลับบ้าน ตลกดีหรือว่าเป็นอาถรรพ์)
     
    แฮปปี้เบิร์ดเดย์... 
    แต่ก็ไม่เสียเปล่าหรอก พี่จ๋าอุตส่าห์ทำกับข้าวให้กิน แถมชวนชายหนุ่มสุดหล่อมากินข้าวที่บ้านด้วย
    ตลกมาเลยหละ เป่าเทียนบนเค้กที่ทำเองอีกหนึ่งรอบ บอกตัวเองว่า ขอให้โลกสงบสุข
     
    เอาหน่าปีนี้ฉลองไม่ตรงวัน ปีหน้าก็คงจะเกิดอีกรอบมั้ง
    แต่ที่เป็นประจำทุกปีคือ พอผ่านวันเกิดตัวเองทีไร กลายเป็นคนเถื่อนทุกที
     
    แฮปปี้เบิร์เดย์.... 
    ขอให้วันเกิดของทุกคนไม่ต้องพบพานอุปสรรคแสนสากันณ์เพื่อจะพิสูจน์ว่ามีคนคิดถึงเราเหมือนกันนะในวันนี้
    อย่างน้อยแม่ก็คงไม่ลืมหรอก เพราะเจ็บจะตายลืมได้ไงใช่ป่าวค่ะคุณแม่
    ขอบคุณที่ให้กำเนิดเกิดมาเป็นตัวเป็นตนให้แม่ปวดหัวเล่น แต่ก็ภูมิใจใช่ม๊ยหละคะ อิอิ
     
    แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทู มี....
    January 30

    Roma crazy trip 1

    Someone says when you came back from a trip you have more souvenir and also some photos and some stories to share your happiness.

     

    Four days four nights in Roma the capital of Italy didn’t make me change but made me smile and laugh more important in my boring study life.

    We arrived in Roma on a rainy day, thirty minutes spent on finding our hotel. Three stars hotel first time in Europe for me.

     Hotel Lirico great placed in Roma near termini or the train station and every place we should go to visit. Thanks to our guide n’Ton we found out lately that nearby our hotel we could go anywhere so easy and the main shopping street via nationale was two minutes from our hotel. Whatever we finished by being clever at the last day of the trip.

    Wet and cold we arrived to the Spanish step and continued on one of the most luxury street in the world “via condotti”. And then shopping and shopping after an excellent lunch in a snack bar typically Italian. Piazza colona where we arrived by chance and then we found an underground library where we decided to buy the Dan Brown’s famous book “Angel and Demon”.

    Difficult to miss la Fontana di Trevi where everybody turns back to throw some coins believing to come back here again. Our guide said that if you throw a coin you get luck, two coins you get a lover in Roma and three you get a soul mate.

    I just want a person to pass a good time with just two coins for me it’s ok. And you can’t know two days after that I got a message on my cell phone

     “ Ravi de vous avoir rencontré…David” I still ignore who David is and when I met him.

    For my great friend p’Ja, it isn’t important to throw the coins passed your shoulder coz when I finished my ritual of throwing coins, I turned to my dear friend she was praying with coins in her hand and then surprisingly she threw more than ten coins in the fountain liked you feed fish in a temple.

    Oh god!!! We just witness a mix oriental and occidental tradition.

    If you want us to throw some coins for you don’t worry she had made it for you already. I’m sure she will get so lucky and the spell come true she falls in love in this moment a man who comes from nowhere.

    next time villa Borghese....to be continue

    you can see some photos witness this true story in Roma 1  

    January 25

    come back and start again

    ไม่น่าเชื่อจากวันนั้นถึงวันนี้มีอะไรผ่านมาในชีวิตมากมาย
    หลังจากตรากตำอ่านหนังสือสอบไม่ทัน และทำสอบไม่ได้เสร็จ
    ก็จัดการเก็บกระเป๋า ปล่อยห้องรกๆไว้ข้างหลัง
    พร้อมออกเดินทางไปผจญภัยที่......โรม
     
    เมืองแห่งแฟชั่น และอันตรายที่ใครๆก็เตือน
    เมืองแห่งพาสด้า และประวัติศาสตร์โรมัน
    เมืองแห่งศาสนา และแดน บราวน์
    Italy
     
    สี่วันสี่คืนที่โรมกับความทรงจำที่ฝั่งแน่น
    ความรู้เพียบ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เห็นแสงแดดหลังฝนตก
        
    ปิดเทอมห้าวัน ไปอยู่อิตาลีสักสี่วัน อีกวันให้กลับมานอนคิดถึงว่าจะต้องเปิดเทอมแล้วเหรอเนี่ย
    กลับมาสู่ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ รกๆ กลับมาสู่บรรยากาศเก่าๆกับอุ่นไอของหนังสือ
    มองออกไปนอกหน้าต่างสี่เหลี่ยมจตุรัส ยายแก่ๆ เพื่อนบ้านผั่งตรงข้าม กับสถานีตำรวจ
     
    หมดแล้วความสนุก
    หมดแล้วปิดเทอม
    กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
    เขียน เขียน เขียน
    จด จด จด ตื่นเจ็ดโมงเช้าเพื่อจะไปนั่งหกชั่วโมงในห้องแล๊คเชอร์
    Why
     
    เอาความสนุกมาเป็นกำลังให้ตัวเองมีแรงกลับมาเรียนใหม่
    สู้สู้สำหรับคนที่ยังต้องตื่นเช้าขึ้นมาเรียน
    สนุกให้เต็มที่สำหรับคนที่ยังมีเวลาตืนมาให้พักผ่อน
     
    แล้วจะเล่าความสนุ  กที่โรมให้ฟังนะ
    December 24

    avant partir

    Pour échapper au Kebab vers Bellecour
    Pour aller plus loin que sans souci
     
    je vais partir à TOURS, le mot n'est pas bien choisi
    on peut dire que je vais retouner à Ballan encore une fois
    trouver ma famille d'accueil mes amis thaïs et non thaïs
     
    je me sens si bien de pouvoir sortir de la vallée de Rhône
    avec tout un semestre si intense
    J'en pouvais plus!!!!!!!
     
    aller reposer qq jours avec qq cahiers de cours  ça fait pas mal non?
    souffle
    souffle
     
    l'hiver et le froid
    il faut prendre qq plaisir et détente
    quelle joie de pouvoir manger à l'rymth des Français
    on prend notre temps qu'on passe à table
     
    jouyeux noël à tous
    le Christ est né ce jour là même si je ne suis pas chrétienne je vais fêter quand même
    profite des fêtes et des vacances....pour reprendre le souffle
     
    souffleBench Presssouffle                                           
    December 13

    มึน มึน

    ไม่สบายยังไม่หายสักที ร่างกายย่ำแย่ จิตใจตกต่ำ
     
    ไม่ได้ท้อหรอก แต่อยากบอกว่าการบ้านอาทิตย์นี้ยากมากมากส์
    ใช้เวลาสามชั่วโมงครึ่ง ถกเถียงกับเพื่อนที่ห้องสมุดกว่าจะได้ข้อสรุปว่า..
    ไอ้สองคนนี้ควรจะติดคุกคนละกี่ปีดี และต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่
     
    คำถามสั้นๆแค่สิบกว่าบรรทัด สามารถทำให้เปลืองต้นไม้ไปหลายต้น
    เขียนเข้าไปอย่างน้อยก็สามก๊อปปี้ดูบล์ แต่ก็ยังไม่ได้ทำหรอกนะ
     
    นอกจากเหตุการณ์เลวร้ายที่ต้องเอาคนผิดเข้าคุกให้ถูกต้องตามเวลาที่กฎหมายกำหนดแล้ว
    ก็ยังมีคำพิพากษาสั้นๆ อ่านใช้เวลาสองนาที แต่ทำไมตอนจะอธิบายใช้เวลามากกว่าสองวัน
     
    จะเอาอะไรกันนักกันหนากับการเรียนแต่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากก้มหน้าก้มตาทำต่อไป
     
    เห็นคนอื่นอ่านหนังสือสอบแล้วรู้สึกใจหาย
    ทำไมเรายังไม่ได้เริ่มเลยเนี่ย แล้วจะไปรอดแค่ไหนกันเชียว
    เอาแต่หายใจทางปาก กับนอนเวียนหัวอยู่ใต้ผ้าห่ม แล้วจะคืบหน้าหรือป่าว
     
    ไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนให้เต็มที่สักคืน แล้วตื่นขึ้นมาโดยไม่มีหนังสือให้อ่าน
    โลกนี้คงเศร้าถ้าไม่มีตัวอักษร โลกคงไร้ความหมายถ้าไม่มีตัวหนังสือ
    จะบันทึกความทรงจำเก็บไว้ได้อย่างไร จะถ่ายทอดความรู้ที่มีอยู่โดยทางไหน
     
    แต่สำหรับคนคนหนึ่งที่ต้องอ่าน เขียน และ เขียน อ่าน ตลอดทั้งวัน
    ถ้าไม่เห็นตัว a b c ได้สักห้านาทีก็คงจะดีนะ
     
    สู้ต่อไปอย่างไม่มีทางเลือก กลับมาสู่โลกแห่งศาสตร์และศิลป์
    มาแกะตัวอักษร อธิบายเรื่องที่ตัวเองไม่เข้าใจ ให้ออกมาได้คะแนนดีดี
     
    SUPER!!!!!! BON COURAGE A TOUT LE MONDE
    December 10

    ถึงเวลาที่ต้องลืม

    เมื่อมันไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง.....
     
    ชีวิตอยู่ในความวุ่นวายทั้งการเรียน และมิตรภาพ
    บททดสอบที่สำคัญอีกบทหนึ่งของชีวิต
    เรื่องราวที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ ปัญหาที่คิดว่าจะไม่ได้สัมผัส ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหาทางออก
     
    สิ่งเดียวที่จะทำได้คือ ลืม
     
    จดจำได้เป็นบทเรียน แต่อย่าเอามาคิดให้ปวดขมอง
    ชีวิตคนต้องมองไปข้างหน้า และต้องพยายามหลุดออกจากปัจจุบัน
     
    อีกสิ่งที่จะทำได้คือ โทษตัวเอง
    โทษว่าทำไมไม่ทำให้ดีกว่านี้ ทำไมถึงทำไปอย่างนั้น
    บางครั้งก็ไม่รู้หรอกนะว่าตัวเองทำอะไรไป บางครั้งสิ่งที่พูดก็ไม่ได้จะให้หมายความอย่างนั้น
    ความพิการในการสื่อสาร ความเห็นแก่ตัวคงจะทำให้เรื่องราวเลวร้ายยิ่งขึ้น
     
    อยากจะขอโทษที่ไม่สามารถเป็นคนดีได้ร้อยละร้อย
     
    บางครั้งความทุกข์ของเราอาจจะเป็นความดีใจของคนอื่นได้
    การที่เราบ่นว่าสิ่งนี้ทำให้เราทุกข์ คนอื่นอาจจะบอกว่าอยากได้สิ่งสิ่งนั้นก็ได้
     
    ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้คนอื่นรู้สึกแย่ แต่บางครั้งก็อยากเห็นแก่ตัวบ้าง
    แต่ว่าไม่เคยสักครั้งที่อยากให้คนข้างๆเศร้า เพียงแต่ช่วงนี้ขอแก้ตัวหน่อยว่า...
    เป็นบ้า!!!!
    ข้อแก้ตัวที่น่าจะฟังขึ้นคือ หลังจากที่ความดันตกไป และต้องกินยากระตุ้นหัวใจ
    ก็ทำให้กลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวนเหมือนอากาศลียงมากมาก
    อารมณ์อ่อนไหวเหมือนเพลงนิโคล มีอะไรก็จะใส่เลยค่ะ อะไรขัดใจไม่ได้เลย
     
    ต้องขอโทษจริงๆที่กลายเป็นบ้าง่ายๆ และอาจจะเป็นต่อไปอีกระยะ จนกว่าจะหายขาด
    และสัญญาว่าจะพยายามให้หายด้วย เพราะว่าไม่งั้นจะเป็นอันตรายต่อต่อมน้ำตา และแรงต้านหัวใจได้
     
    เมื่อคิดออกว่าควรทำไงกับปัญหาก็คงดี จะพยายามนะ
    แต่ตอนนี้คงตอนขอลืมชั่วคราวจะได้มีแรงหายใจต่อไปอย่างมั่นคง
     
    ป.ล. ถ้าอ่านไม่เข้าใจก็ขออภัยด้วย คิดเสียว่าคนเขียนกำลังเป็นบ้าอยู่
     
    ป.ล. สำหรับคนที่เข้าใจ เก่งมากค่ะ แต่อย่างที่บอกว่าขอลืมทุกอย่าง ไม่เคยสักครั้งที่จะโกรธ และขอโทษกับสิ่งที่ทำ
     
     
     
    November 15

    มีหลายคราที่เคย

    กินอิ่ม นอนหลับ (มากเกิน) ความดันต่ำ เวียนหัว ไร้สมาธิ ชีวิตสงบ แต่จิคใจวุ่นวาย
     
    อยากทำงาน แต่สมองไม่เป็นใจ
     
    อยากไร้สาระ แต่รู้สึกผิด
     
    หาความพอดีให้ชีวิตไม่ค่อยได้
     
    เหมือนสนุก แต่เศร้า เหมือนปกติ แต่ไมสบาย
     
    แปลกจังชีวิตคน
     
    คงเหมือนที่เคยได้ยินว่า ก็ "คน" ไง
     
    คน คือ วุ่นวาย    คน คือ วกวน   คน คือ สับสน  คน คือ ปะปน
     
    ถ้าหลุดพ้นจากคนมาได้เมื่อไหร่ ก็จะหลุดพ้นจากโลก
     
    ไร้สุข ไร้ทุกข์....สงบ
     
    แต่ก่อนที่จะทำได้ ขอแค่สมาธิ สติ จะได้มีปัญญาทำการบ้านสักที
     
    เรื่องราวของคนอื่นดูงง ไม่อยากยุ่ง แต่อยากเป็นกำลังใจให้มีความสุขในโลกของเขา
     
    ยิ้มให้ตัวเอง กับความคิดโง่ๆ ยิ้มให้คนอื่นกับสิ่งที่เขาอยากทำ
     
    เหมือนชีวิตยังอยู่ในวังวน ก็คงมีอีกหลายคราที่เคยเป็นอย่างนี้
     
    ก็ต้องอยู่ ต้องสู้ต่อไป อย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งถอย แต่ยืนให้ตรง
    November 05

    ง.งู มาก่อน ฉ.ฉิ่ง

     
     
    .....ในชั่งโมงอังกฤษ อาจารย์ที่น่าเบื่อมากๆหนึ่งคน หน้าตาไม่เคยแสดงอารมณ์ นิ่ง ไม่เคยเดินไปมา ยืนอยู่ตรงหน้ากระดาน
    แจกกระดาษให้อ่านมากมาย แต่ไม่เคยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจได้ว่าจริงๆแล้วหมายความว่าอะไร ภาษากฎหมายอังกฤษอะนะ ง่ายซะที่ไหนหละ ไม่เป็นไร สอนห่วยยังพอรับได้ ก็มีบ้างแหละอาจารย์ที่พูดไม่รู้เรื่อง
     
    และแล้ว...คือความเงียบที่ปกคลุมทุกคำถาม แค่คำถามยังไม่มีใครฟังออก น้อยคนนักที่จะสามารถกลั้นใจตอบออกไปได้ น้อยคนนักที่จะตั้งใจเรียนพอที่จะเปล่งอะไรออกจากปากได้ หนึ่งในคนเหล่านั้นก็อีบ้าคนนึง ที่พยายามจะตั้งใจเรียน พยายามจะหาความรู้ให้ตัวเองบ้าง ภายในหนึ่งชั่วโมงครึ่ง แต่หารู้ไม่ว่าความเลวร้ายมีจริงยิ่งกว่ามี
     
    บทเรียนราคาถูกที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเจอ 
    ใครรู้บ้างว่าคำนี้แปลว่าอะไร      เงียบ
    มองไปรอบตัวไม่มีใครตอบแน่ ไม่แน่ใจเหมือนกันแหะ แต่คิดว่ามันน่าจะเป็นอย่างนี้นะ ลองดูไม่เห็นเสียหาย ผิดก็จะได้รู้
     
    "ไม่รู้แน่เหมืนอกันนะคะ แต่น่าจะเป็น ....บลา...บลา....บลา..บลา"      เงียบ
     
    "Next"
     
    !!!!?????!!!!!
     
    เคยเห็นบทสนทนากับเครื่องหมายแบบนี้แล้วใช่หรือไม่ พวกอยู่ในขายหัวเราะ
    เพียงแต่คราวนี้ขำไม่ออกเท่านั้น มุขแป๊กหรือ     เปล่า
     
    next หมายถึง คนต่อไปอ่านต่อ
     
    ลองมานั่งอยู่ในห้อง30คน ป้าเอเซียคนหนึ่งเป็นปัญญาอ่อนอะไร ไม่รู้ก็ไม่ต้องตอบสิ พูดไม่รู้เรื่องมั่ว ไม่เข้าใจก็อย่าขอร้อง เสียเวลาคนเขาจะอ่านต่อ เพื่ออะไรเหรอ วันหลังจะทำอะไรคิดก่อนบ้างนะ ว่าถ้าไม่เก่งจริงถอยไป ไม่ต้อง...พูด
     
    ขอบคุณสำหรับคำอธิบายที่เหนือความคาดหมาย         ไร้คำบรรยาย
     
    จนถึงบัดนี้ยังไม่รู้เลยคำนั้นหมายความว่าไง เพราะไม่เคยมีคำอธิบายที่เป็นประโยคออกจากปาก ให้อ่านประโยคเดิมแล้วยังไม่เข้าใจอีกเหรอ ถึงตอนนี้ต้องบอกว่า ได้เวลาหัวเราะแล้วหละ หัวเราะให้กับความฝัน ความหวัง
     
    ทำไมนะเหรอ เธอคิดว่าจะมีอะไรดีดีในชีวิตเหรอ ชีวิตเลวร้ายกว่าที่คิดไว้เสมอหละ อย่าคิดว่าเคยเจอของดี แล้วจะต้องเจออีกทุกครั้งไป ไม่หรอกจงรู้ไว้เถิด ถึงเวลาหัวเราะให้กับความโง่ของตัวเอง ถึงเวลาหัวเราะให้กับความซื่อของตัวเอง
    ไม่ต้องห่วงหรอก เริ่มจะคุ้นเคยกับเสียงหัวเราะเยาะของตัวเองเสียแล้ว
     
    >>>> คนเราเติบโตได้จากอุปสรรค คนเราเรียนรู้ได้จากความพลาด  <<<<
     
    "โง่มาก่อนฉลาดเสมอ"
     
    "เพราะอะไรอะ???"
     
    "ลองเปิดพจนานุกรรมดูสิ"
     
    !!!!?????!!!!!